ข้ามไปเนื้อหาหลัก
มหาสีลวชาดก
ชาดก 547 เรื่อง
19

มหาสีลวชาดก

Buddha24เอกนิบาต
ฟังเนื้อหา

มหาสีลวชาดก

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ อันเป็นที่ตั้งของมหานครราชคฤห์ ขณะนั้นพระโพธิสัตว์ทรงบังเกิดเป็นพระโพธิสัตว์ผู้ทรงไว้ซึ่งศีลอันบริสุทธิ์ ทรงพระนามว่า มหาสีลวกุมาร พระบิดาของพระองค์คือพระเจ้าพรหมทัต ผู้ทรงมีพระทัยเปี่ยมด้วยทศพิธราชธรรม ประทับอยู่บนราชบัลลังก์อันทรงเกียรติแห่งนครราชคฤห์

มหาสีลวราชกุมารทรงมีรูปโฉมงดงามราวรูปเทพบุตร ผิวพรรณผุดผ่องดุจทองคำ พระองค์ทรงประกอบด้วยพระปรีชาสามารถรอบด้าน ทั้งในด้านการปกครอง การทหาร และศิลปศาสตร์แขนงต่างๆ แต่เหนือสิ่งอื่นใด พระองค์ทรงยึดมั่นในศีลธรรมอันดีงามอย่างเคร่งครัด ทรงเป็นที่รักของพสกนิกรทั้งหลาย

วันหนึ่ง พระองค์ทรงประทับอยู่บนพระแท่นบรรทมในพระตำหนักอันวิจิตรงดงาม ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบยามราตรี พระสุบินนิมิตอันน่าอัศจรรย์ได้ปรากฏขึ้นในพระองค์

"ข้าเห็นดอกบัวหลวงอันบานสะพรั่งในสระใหญ่ กลีบดอกสีชมพูอ่อนระเรื่อ ส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่ว แต่แล้ว พายุใหญ่พลันพัดกระหน่ำ ดอกบัวทั้งหลายก็ถูกพายุพัดกลีบปลิวว่อน แต่ดอกบัวดอกหนึ่ง ซึ่งมีกลีบสีขาวบริสุทธิ์ กลับไม่ยอมปลิดกลีบ แม้ลมจะพัดแรงเพียงใดก็ตาม"

เมื่อทรงตื่นบรรทม พระองค์ทรงใคร่ครวญถึงความหมายแห่งสุบินนิมิตนั้น ด้วยพระปรีชาอันลึกซึ้ง พระองค์ทรงทราบว่าสุบินนิมิตนี้กำลังจะบ่งบอกถึงเหตุการณ์สำคัญที่จะเกิดขึ้นในชีวิตของพระองค์

ต่อมาไม่นาน ข่าวร้ายก็มาถึงนครราชคฤห์ พระเจ้าพรหมทัต พระบิดา ทรงประชวรหนักใกล้จะสิ้นพระชนม์ เหล่าเสนาบดีและปุโรหิตทั้งหลายต่างเข้าเฝ้าถวายการดูแลอย่างใกล้ชิด แต่พระอาการของพระองค์ก็ไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น

ก่อนที่พระองค์จะทรงเสด็จสวรรคต พระเจ้าพรหมทัตทรงเรียกมหาสีลวราชกุมารมาเข้าเฝ้า ทรงตรัสด้วยพระสุรเสียงอันแผ่วเบา

"โอ้ มหาสีลวบุตรของเรา เจ้าจงจำไว้ว่า ชีวิตนั้นสั้นนัก จงดำเนินชีวิตอยู่บนเส้นทางแห่งศีลธรรมอันดีงาม อย่าได้ละทิ้งความยุติธรรมและความเมตตาต่ออาณาประชาราษฎร์ เมื่อเราสิ้นไปแล้ว ขอให้เจ้าจงครองราชย์ต่อจากเรา และปกครองแผ่นดินด้วยทศพิธราชธรรม"

มหาสีลวราชกุมารทรงรับพระดำรัสด้วยน้ำพระเนตรคลอ ทรงรับปากว่าจะยึดมั่นในคำสอนของพระบิดา แล้วพระเจ้าพรหมทัตก็ทรงเสด็จสวรรคตไป

หลังจากถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบิดาแล้ว มหาสีลวราชกุมารก็ทรงขึ้นครองราชย์ ทรงพระนามว่า พระเจ้ามหาสีลว ทรงปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้วยความยุติธรรมและเมตตา บ้านเมืองจึงสงบร่มเย็น ประชาชนอยู่ดีกินดี

วันเวลาผ่านไป เหล่าข้าราชบริพารและพสกนิกรต่างแซ่ซ้องสรรเสริญพระเกียรติคุณของพระเจ้ามหาสีลว แต่ในขณะเดียวกัน ความอิจฉาริษยาก็เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของท้าวโกสิยพราหมณ์ ผู้เป็นมหาอํามาตย์ใหญ่

ท้าวโกสิยะเป็นคนฉลาดแกมโกง มีจิตใจคดเคี้ยว มีความทะเยอทะยานอยากได้ราชสมบัติเป็นของตนเอง เขาพยายามหาทางที่จะโค่นล้มพระเจ้ามหาสีลว แต่ด้วยพระปรีชาและความซื่อสัตย์ของพระองค์ ทำให้แผนการของท้าวโกสิยะไม่เคยสำเร็จ

จนกระทั่งวันหนึ่ง ท้าวโกสิยะได้วางแผนการร้ายอันแยบยล เขาปลอมตัวเป็นนักบวชผู้ทรงศีล เดินทางไปยังสำนักของพระมหาฤๅษีผู้มีอิทธิฤทธิ์ เพื่อขอเคล็ดวิชาบางอย่าง

"ข้าแต่มหาฤๅษีผู้ทรงคุณ ข้าพเจ้ามีความประสงค์จะขอเคล็ดวิชาอันศักดิ์สิทธิ์ เพื่อนำไปใช้ในการทำพิธีบูชายัญอันยิ่งใหญ่ เพื่อให้บ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุข"

พระมหาฤๅษีผู้ทรงเมตตา ไม่ทรงทราบถึงเจตนาอันร้ายกาจของท้าวโกสิยะ จึงได้มอบเคล็ดวิชาการทำ "สังหารกรรม" ซึ่งเป็นพิธีที่ต้องสังหารสัตว์เพื่อบูชายัญ ให้แก่ท้าวโกสิยะ

เมื่อได้เคล็ดวิชามาแล้ว ท้าวโกสิยะก็กลับมายังราชสำนัก และเข้าไปกราบทูลพระเจ้ามหาสีลว

"ข้าแต่มหาราชเจ้า ข้าพเจ้าได้ไปขอเคล็ดวิชาจากพระมหาฤๅษีมา เพื่อประกอบพิธีบูชายัญอันศักดิ์สิทธิ์ อันจะนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่แผ่นดิน โปรดให้ข้าพเจ้าได้ประกอบพิธีนี้ด้วยเถิด"

พระเจ้ามหาสีลว ทรงเป็นผู้ทรงศีล ทรงเชื่อมั่นในคุณธรรม ทรงไม่เคยคิดระแวงใคร พระองค์จึงทรงอนุญาตให้ท้าวโกสิยะประกอบพิธีได้

แต่เบื้องหลัง ท้าวโกสิยะได้แอบสับเปลี่ยนมนต์ที่ใช้ในพิธี จากพิธีบูชายัญอันศักดิ์สิทธิ์ กลายเป็นมนต์ที่ใช้ในการ "สังหาร" ผู้ที่จะมาประกอบพิธี คือพระเจ้ามหาสีลว

ในวันที่ประกอบพิธี พระเจ้ามหาสีลว ทรงเข้าสู่พิธีด้วยพระทัยที่สงบเสงี่ยม ทรงมอบพระวรกายอันบริสุทธิ์ของพระองค์ให้กับพิธี

เมื่อถึงเวลา ท้าวโกสิยะก็เริ่มร่ายมนต์ตามที่ได้สับเปลี่ยนไว้ ทันใดนั้นเอง ดาบศักดิ์สิทธิ์ก็พลันลอยขึ้นมาจากพื้นดิน และพุ่งเข้าหาร่างของพระเจ้ามหาสีลว

ขณะที่ดาบกำลังจะฟันลงมานั้นเอง สุบินนิมิตที่พระองค์ทรงฝันเมื่อครั้งยังทรงเป็นกุมาร ก็พลันผุดขึ้นในพระทัย

"ดอกบัวขาว... ไม่ปลิดกลีบ... แม้ลมจะพัดแรงเพียงใดก็ตาม... นี่คือเวลาที่จะพิสูจน์ศีลอันบริสุทธิ์ของเรา!"

พระเจ้ามหาสีลวทรงมีพระทัยเด็ดเดี่ยว ทรงตั้งมั่นอยู่ในศีล ทรงไม่หวั่นไหวต่อภยันตรายที่กำลังจะมาถึง

แต่ด้วยพระบารมีและศีลอันบริสุทธิ์ของพระองค์ เหตุการณ์ที่น่าอัศจรรย์ก็บังเกิดขึ้น ดาบศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังจะฟันลงมานั้น ได้พลันหยุดนิ่งอยู่กลางอากาศ

ท้าวโกสิยะตกตะลึงเป็นอย่างมาก เขาไม่เข้าใจว่าทำไมแผนการของเขาจึงไม่เป็นไปตามที่คาด

ทันใดนั้นเอง เสียงจากเบื้องบนก็ดังขึ้น

"ท้าวโกสิยะ! เจ้าคิดจะทำสิ่งใด! มหาสีลวราชกุมารทรงเป็นผู้ทรงศีล ผู้ประกอบด้วยคุณธรรมอันยิ่งใหญ่ เหตุใดเจ้าจึงคิดร้ายต่อพระองค์!"

เสียงนั้นคือเสียงของท้าวจาตุมหาราชผู้รักษาทิศทั้งสี่ ซึ่งทรงทราบถึงความดีงามของพระเจ้ามหาสีลว

เมื่อได้ยินดังนั้น เหล่าเสนาบดีและประชาชนที่อยู่ในพิธี ต่างก็พากันตกตะลึง พวกเขาเริ่มมองเห็นเจตนาอันชั่วร้ายของท้าวโกสิยะ

ท้าวโกสิยะเห็นว่าแผนการของตนเองไม่เป็นผลสำเร็จ และกำลังจะถูกเปิดโปง เขาก็เกิดความกลัว รีบวิ่งหนีออกจากพิธีไป

พระเจ้ามหาสีลว ทรงรอดพ้นจากอันตรายด้วยพระบารมีและศีลอันบริสุทธิ์ พระองค์ทรงตระหนักได้ถึงความสำคัญของศีลธรรมที่ต้องยึดมั่นไว้ให้มั่นคง

หลังจากเหตุการณ์นั้น พระเจ้ามหาสีลว ทรงทรงครองราชย์ต่อไปด้วยความเข้มแข็งและเฉลียวฉลาด ทรงปกป้องอาณาประชาราษฎร์จากภัยอันตรายทั้งปวง

ท้าวโกสิยะ เมื่อหนีออกจากเมืองไปแล้ว ก็ไม่กล้ากลับมาอีก เขาใช้ชีวิตอยู่อย่างหวาดกลัวและไร้เกียรติ

เรื่องราวของมหาสีลวราชกุมาร ผู้ทรงยึดมั่นในศีลธรรมอันบริสุทธิ์ ได้เลื่องลือไปทั่วทุกสารทิศ เป็นที่กล่าวขานถึงความกล้าหาญและความดีงาม

คติธรรม

ศีลธรรมเป็นเกราะคุ้มกันภัยอันยิ่งใหญ่ แม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคหรือภยันตรายเพียงใด หากเรายึดมั่นในความดีงาม ความบริสุทธิ์ และความถูกต้องแล้ว เราจะสามารถผ่านพ้นวิกฤตการณ์ไปได้เสมอ

บารมีที่บำเพ็ญ

ศีลบารมี

— In-Article Ad —

💡คติธรรม / ข้อคิด

ศีลธรรมเป็นเกราะคุ้มกันภัยอันยิ่งใหญ่ แม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคหรือภยันตรายเพียงใด หากเรายึดมั่นในความดีงาม ความบริสุทธิ์ และความถูกต้องแล้ว เราจะสามารถผ่านพ้นวิกฤตการณ์ไปได้เสมอ

บารมีที่บำเพ็ญ: ศีลบารมี

— Ad Space (728x90) —

นิทานชาดกเรื่องอื่นที่น่าสนใจ

กุฏิทสูตรชาดก
132เอกนิบาต

กุฏิทสูตรชาดก

กุฏิทสูตรชาดกในสมัยพุทธกาล ณ เมืองสาวัตถี มีเศรษฐีผู้หนึ่งนามว่า อนาถบิณฑิกะ ท่านเป็นผู้มีจิตใจบุญสุ...

💡 การหลุดพ้นจากทุกข์ต้องอาศัยการเห็นแจ้งในอริยสัจ 4 และการละวางกิเลส

พระโพธิสัตว์เป็นไก่ผู้มีอุเบกขา
499ปกิณณกนิบาต

พระโพธิสัตว์เป็นไก่ผู้มีอุเบกขา

ไก่ผู้ไม่โกรธณ หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง ที่ซึ่งผู้คนอาศัยอยู่อย่างเรียบง่าย มีเล้าไก่ตั้งอยู่มุมหนึ่ง...

💡 อุเบกขา คือการวางใจเป็นกลาง ไม่ยินดียินร้ายต่อสิ่งใด และไม่โต้ตอบความร้ายด้วยความร้าย

ปุสสติชาดก: ความภักดีที่ประจักษ์
393ฉักกนิบาต

ปุสสติชาดก: ความภักดีที่ประจักษ์

ปุสสติชาดกณ แคว้นอวันตี อันเป็นแคว้นที่มีความสง่างาม และมีเมืองหลวงชื่อว่า “อุชเชนี” เมืองที่เคยรุ่ง...

💡 ความซื่อสัตย์และความจงรักภักดี ย่อมได้รับการตอบแทนอันประเสริฐ.

อัชชปาลชาดก: ความเห็นแก่ตัวที่นำไปสู่ความพินาศ
399สัตตกนิบาต

อัชชปาลชาดก: ความเห็นแก่ตัวที่นำไปสู่ความพินาศ

อัชชปาลชาดก: ความเห็นแก่ตัวที่นำไปสู่ความพินาศ กาลครั้งหนึ่งนานแสนนาน เมื่อครั้งที่พระโพธิสัตว์ทรงเ...

💡 ความโลภและความเห็นแก่ตัว นำมาซึ่งความพินาศ ไม่เพียงแต่ตนเอง แต่ยังส่งผลกระทบต่อผู้อื่นและสิ่งแวดล้อม

อัคคิสาสชาดก (เรื่องพระพุทธเจ้าทรงเป็นกษัตริย์)
409สัตตกนิบาต

อัคคิสาสชาดก (เรื่องพระพุทธเจ้าทรงเป็นกษัตริย์)

อัคคิสาสชาดกณ อาณาจักรโกศลอันกว้างใหญ่ไพศาล ในอดีตกาล พระโพธิสัตว์ได้เสวยพระชาติเป็น “พระเจ้าราชา” ผ...

💡 ความรักที่แท้จริงย่อมมาพร้อมกับการเสียสละ การไม่เห็นแก่ตัวเพื่อคนที่รัก เป็นคุณธรรมอันประเสริฐ

มุสิกชาดก: ความดีที่ปรากฏ
398สัตตกนิบาต

มุสิกชาดก: ความดีที่ปรากฏ

มุสิกชาดก: ความดีที่ปรากฏ ณ แคว้นมคธ อันรุ่งเรืองด้วยพระพุทธศาสนา ยุคสมัยแห่งพระโพธิสัตว์เจ้าชายสิท...

💡 ความดีที่แท้จริงย่อมปรากฏแก่ผู้ที่มองเห็น แม้จะอยู่ในรูปของสิ่งเล็กน้อยก็ตาม ความกตัญญูกตเวทีเป็นคุณธรรมที่ควรค่าแก่การยกย่อง

— Multiplex Ad —

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน วิเคราะห์การเข้าชม และแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้อง นโยบายความเป็นส่วนตัว